top of page

ขอบพระคุณพระองค์:

การนมัสการที่ไหลออกมาจากใจสำนึกในพระคุณ

สดุดี 100:4
“จงเข้าไปในประตูของพระองค์ด้วยการขอบพระคุณ
เข้าไปในลานของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ
จงขอบพระคุณพระองค์และสรรเสริญพระนามของพระองค์”

Image by Simon Maage

สดุดีบทที่ 100 เชื้อเชิญเราให้เข้าไปอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าด้วยท่าทีที่ชัดเจน คือ การขอบพระคุณ! ก่อนเสียงเพลง ก่อนทักษะ ก่อนความเป็นเลิศ—ต้องมี ใจที่สำนึกในพระคุณ ก่อนเสมอ!

วลี “จงขอบพระคุณพระองค์” ในภาษาฮีบรูคือ הוֹדוּ לוֹ (โฮดู โล) คำว่า hodu มาจากรากคำว่า יָדָה (ยาดาห์) ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งและเป็นการแสดงออกทางร่างกาย ไม่ใช่แค่การพูดคำว่า “ขอบคุณ” เบา ๆ เท่านั้น แต่หมายถึง

  • การยอมรับหรือประกาศว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร

  • การสรรเสริญ

  • การขอบพระคุณด้วยการยื่นมือออกไป (เช่น การยกมือ)

 

กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ยาดาห์ คือการขอบพระคุณที่ เปิดเผย มองเห็นได้ และตั้งใจทำ เป็นการยกมือขึ้น เป็นการประกาศต่อสาธารณะว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร และพระองค์ได้ทรงทำอะไรแล้ว การขอบพระคุณไม่ใช่เรื่องเฉย ๆ แต่เป็นการนมัสการที่แสดงออกอย่างชัดเจน!

การขอบพระคุณคือประตูสู่การทรงสถิต!

 

สดุดี 100 ไม่ได้บอกว่าเราเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยความสมบูรณ์แบบ ความเนี้ยบ หรือการแสดงที่ดี แต่บอกว่าเราเข้าไปด้วย การขอบพระคุณ
การสำนึกในพระคุณคือประตู และการสรรเสริญคือทางเดิน สำหรับพวกเราที่รับใช้ในทีมงานนมัสการ ศิลปะ หรือสื่อ ข้อความนี้ช่วยย้ำใจเราอย่างมาก
ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวที หลังกล้อง ปรับเสียง ออกแบบภาพ หรือควบคุมเนื้อเพลง บทบาทเหล่านี้อาจทำให้เราเผลอหลงไปกับความกดดัน คำวิจารณ์ หรือการเปรียบเทียบ แต่ "ยาดาห์" จะดึงเรากลับมาที่หัวใจอีกครั้งว่า เราคือผู้ที่ขอบพระคุณพระเจ้าก่อนที่เราจะเป็นผู้สร้างผลงาน การขอบพระคุณช่วยปรับมุมมองว่า สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การสร้างบรรยากาศ แต่คือการประกาศยอมรับพระเจ้าต่อหน้าคนอื่น ทุกจังหวะ ทุกคอร์ด ทุกสไลด์ และทุกมุมกล้อง
ล้วนเป็นเหมือนมือที่ยื่นออกไปบอกว่า “พระเจ้า เรารู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่”!

ใจที่ขอบพระคุณจะหล่อหลอมงานที่เราทำ!

เมื่อการขอบพระคุณนำหน้า การนมัสการจะไม่ใช่เรื่องของการโชว์ แต่เป็นเรื่องของความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ใจที่ขอบพระคุณช่วยลดความหงุดหงิด
สร้างความเป็นหนึ่งเดียว และเตือนเราว่าการรับใช้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นพระคุณ 'ยาดาห์' สอนเราว่า การนมัสการไม่ได้มีแค่สิ่งที่คนได้ยิน แต่รวมถึงสิ่งที่คน มองเห็นผ่านท่าที การเตรียมตัว การทำงานเป็นทีม และความถ่อมใจของเรา


การขอบพระคุณไม่ได้ลดคุณค่าของความเป็นเลิศ แต่ช่วยชำระมันให้บริสุทธิ์!

คำถามเพื่อใคร่ครวญ:

  1. ก่อนรับใช้ ฉันได้เข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยใจขอบพระคุณ หรือรีบเข้ามาด้วยความกดดัน?

  2. ความหมายของ ยาดาห์ (การขอบพระคุณที่แสดงออก) ท้าทายการนมัสการของฉันอย่างไร?

  3. บทบาทของฉัน—ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง—จะเป็นการถวายคำขอบพระคุณแด่พระเจ้าได้อย่างไร?

  4. มีจุดไหนในใจที่การขอบพระคุณควรมาแทนความไม่พอใจหรือการเปรียบเทียบ?

 

คำอธิษฐาน:

"ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกของประทาน ทุกความสามารถ และทุกโอกาสในการรับใช้ สอนเราให้เข้าเฝ้าพระองค์ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณ
ก่อนที่เราจะถวายผลงานของเรา ขอให้การนมัสการของเรา ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์ เราขอบพระคุณพระองค์ และสรรเสริญพระนามของพระองค์...อาเมน!"

  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
bottom of page