
นมัสการท่ามกลางความกลัว:
ข้อคิดจาก 2 พงศาวดาร 20:1–30

ลองจินตนาการว่าคุณตื่นเช้ามาวันหนึ่ง แล้วมีคนมาบอกว่า กองทัพใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาหาคุณพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่คุณมี นี่คือสถานการณ์ที่ชาวยูดาห์ต้องเผชิญใน 2 พงศาวดาร 20 กษัตริย์เยโฮชาฟัทและประชาชนรู้ว่าพวกเขาไม่มีทางชนะด้วยกำลังของตนเอง สิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่การวางแผนรบก่อน แต่พวกเขาหันหน้าไปหาพระเจ้า พวกเขารวมตัวกัน อธิษฐาน ถืออดอาหาร และที่สำคัญที่สุด — พวกเขานมัสการพระเจ้า!
ชาวยูดาห์ไม่ได้รอให้ปัญหาหมดไปก่อนถึงจะนมัสการ พวกเขาเลือกที่จะนมัสการท่ามกลางความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ว่า พระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสถานการณ์ และพระองค์ทรงเป็นความหวังเดียวของพวกเขา พระคัมภีร์กล่าวว่า พวกเขาก้มกราบลงต่อพระเจ้า (2 พงศาวดาร 20:18) คำว่า “นมัสการ” ในที่นี้ ตามความหมายในภาษาฮีบรูคือ “การคุกเข่าหรือหมอบราบ” เป็นการแสดงถึงความยำเกรงและยอมจำนนต่อพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ การนมัสการที่แท้จริงไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่คือท่าทีของหัวใจที่ยอมให้พระเจ้าทรงเป็นเจ้านาย!
ในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 6:4–5 เราได้รับพระบัญชาชัดเจนว่า: “จงรักพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า ด้วยสุดใจ สุดจิตวิญญาณ สุดกำลังของเจ้า”
พระเยซูเองก็ทรงยืนยันความสำคัญของข้อนี้ในมาระโก 12:30 เมื่อมีคนถามว่า “บัญญัติไหนสำคัญที่สุด?” พระองค์ตอบว่า “จงรักพระเจ้าด้วยทั้งหมดของเจ้า” การนมัสการที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการทำกิจกรรมทางศาสนา แต่คือการมีชีวิตที่แสดงถึงความรักต่อพระเจ้า ทั้งในความคิด การกระทำ การใช้เวลา และวิธีที่เราใช้ชีวิตทุกวัน
หลายคนมองว่าการเป็นคริสเตียนคือการมีข้อห้ามมากมาย — ห้ามทำโน่น ห้ามทำนี่ แต่จริง ๆ แล้ว แก่นของความเชื่อคริสเตียนคือ การรักพระเจ้า ด้วยทั้งหมดของเรา ผมชอบพูดว่า “ชีวิตคริสเตียนไม่ได้มีแต่ ‘อย่าทำ’ แต่มีเพียงหนึ่ง ‘จงทำ’ ที่สำคัญที่สุด — ‘จงรักพระเจ้า’” และการรักพระเจ้าก็แสดงออกผ่านการนมัสการที่แท้จริง
Rick Warren พูดไว้อย่างเรียบง่ายว่า: “การนมัสการคือการทำให้พระเจ้าพอพระทัย” นี่หมายความว่า เราสามารถนมัสการได้แม้แต่ตอนล้างจาน ทำการบ้าน หรือขับรถ ถ้าเราทำสิ่งเหล่านั้นด้วยใจที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
อัครทูตเปาโลยืนยันสิ่งนี้ใน 1 โครินธ์ 10:31: “ไม่ว่าท่านจะกินหรือดื่ม หรือทำอะไรก็ตาม จงทำทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า” การนมัสการจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมหนึ่งในชีวิต แต่มันคือวิธีที่เรามองชีวิตทั้งหมด — คือการถวายทุกสิ่งกลับคืนแด่พระเจ้า!
แล้วในชีวิตประจำวันของเรา…
-
คุณสามารถนมัสการพระเจ้าขณะทำงานได้ไหม? ได้ ถ้าคุณทำด้วยความสัตย์ซื่อและถวายเกียรติแด่พระองค์
-
คุณสามารถนมัสการระหว่างเรียนหนังสือได้ไหม? ได้ ถ้าคุณตั้งใจเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้รับใช้พระเจ้าได้ดีขึ้น
-
แม้แต่ตอนเหนื่อยล้า ถ้าเรายังคงวางใจในพระเจ้า ก็เป็นการนมัสการเช่นกัน
ไม่สำคัญว่าคุณอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร — หัวใจที่รักพระเจ้าและยอมจำนนต่อพระองค์ คือการนมัสการที่พระเจ้าทรงพอพระทัยที่สุด
เรื่องราวใน 2 พงศาวดาร 20 สอนเราว่า ในวันที่เราเผชิญปัญหาใหญ่ที่สุด เรามีทางเลือกที่จะ หันหน้าไปหาพระเจ้า ผ่านการนมัสการ และเมื่อเราทำเช่นนั้น พระเจ้าทรงเคลื่อนไหว พระองค์ทรงนำชัยชนะมาโดยที่เรายังไม่ได้ยกดาบสู้เลยด้วยซ้ำ
ชีวิตของคุณอาจเผชิญศึกในรูปแบบต่าง ๆ — ปัญหาครอบครัว การเงิน ความกลัว อนาคต หรือสุขภาพ แต่คุณสามารถเลือกตอบสนองแบบเดียวกับชาวยูดาห์ได้: ด้วย การนมัสการและความไว้วางใจในพระเจ้า
พระเจ้าทรงสถิตกับคนที่นมัสการพระองค์ด้วยใจจริงเสมอ!
คำถามใคร่ครวญส่วนตัว:
-
มีสถานการณ์อะไรในชีวิตตอนนี้ที่คุณต้องวางลงต่อพระเจ้า และหันมา “นมัสการแทนความกลัว”?
-
การนมัสการของคุณเป็นแค่กิจกรรมในโบสถ์ หรือเป็นวิถีชีวิตของคุณด้วย?
-
คุณจะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือทัศนคติในแต่ละวันอย่างไร เพื่อให้นำเกียรติมาสู่พระเจ้ามากขึ้น?